เคล็ดลับ ทำวิดีโอยังไงให้ได้ยอด
“VDO content แบบไหนที่เหมาะกับคุณ”

“เคล็ดลับที่ช่วยให้คนเข้ามาดูคลิปของคุณมากขึ้น”

 
หนึ่งใน Content Marketing 
ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ในปัจจุบันนี้ ก็คือ VDO content

 ในโพสต์นี้ เราจะพาคุณไปเจาะลึกการทำ
marketing ในรูปแบบนี้กันโดยละเอียด
เพราะถ้าคุณเริ่มจับเคล็ดลับได้ 
คุณจะทั้งประหยัดเวลาและต้นทุน
อีกทั้งยังใช้ประโยชน์จากการทำการตลาด
ผ่านคลิปวิดีโอได้เต็มที่มากขึ้นอีกด้วย

  ก่อนอื่น คุณต้องเริ่มทำความเข้าใจเกี่ยวกับ 
“รูปแบบของ VDO content” ก่อน


ซึ่งหลักๆ แล้วจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ ได้แก่

1.VDO ที่ถ่ายจากสถานที่จริง 
และใช้คนแสดงจริงๆ

2.VDO animation หรือคลิปวิดีโอ
ที่ใช้โปรแกรม animation ทำขึ้น

 
คลิปวิดีโอในแบบแรก 
ที่ใช้สถานที่และคนแสดงจริงนั้น
จะเหมาะกับสินค้าหรือบริการที่จับต้องได้
และต้องการนำเสนอภาพจริงของสินค้า 
หรือสถานที่บริการนั้นๆ
เพราะจุดประสงค์ของการนำเสนอคือ
ต้องการให้ลูกค้ารับรู้ถึงบรรยากาศของสถานที่
หรือสัมผัสได้ถึงความรู้สึก
ของการใช้สินค้านั้นๆเป็นต้น

 
ส่วนคลิปวิดีโอในแบบที่สอง 
ที่เป็นรูปแบบ animation
จะเหมาะกับสินค้าหรือบริการที่
จับต้องไม่ได้มากกว่า
เช่น การขายดีไซน์หรือการออกแบบต่างๆ 
สายการบิน ประกันภัย เป็นต้น
หากสินค้าของคุณอยู่ในรูปแบบนี้
การทำคลิปในรูปแบบ animation 
จะช่วยประหยัดเวลาได้มาก 
และสื่อสารออกมาได้ดีไม่แพ้กัน

 
หลังจากที่เลือกได้แล้วว่า 
คลิปวิดีโอรูปแบบไหนที่คุณอยากจะทำ
สิ่งที่คุณควรคำนึงถึงเป็นลำดับถัดไป 
ก็คือ “องค์ประกอบในวิดีโอ”

 
คลิปวิดีโอที่ดีและจูงใจให้คนเข้ามาดูได้เยอะ 
ควรมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้

 
1.มีเป้าหมายที่ชัดเจน
ก่อนจะเริ่มทำคลิปสักคลิปนึง 
คุณควรกำหนดจุดประสงค์หรือประเด็นหลัก
ที่ต้องการจะสื่อให้ชัดเจนเสียก่อน

 เช่น ถ้าคุณอยากให้คลิปนั้นช่วย
เพิ่มยอดขายของสินค้าคุณ
คุณต้องพูดถึงคุณสมบัติของสินค้า 
จุดเด่นต่างๆ ประโยชน์
ที่ลูกค้าจะได้จากการใช้สินค้านี้
นอกจากนี้ คุณอาจจะใส่รายละเอียด
โปรโมชั่นลงไปในคลิปด้วยก็ได้
เพื่อจูงใจให้ลูกค้าอยากซื้อสินค้าของคุณมากขึ้น

 
2.ดึงความสนใจของคนดูให้ได้
ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสมัยนี้ไปไกลมาก
ทำให้ผู้คนบนโลกออนไลน์มีแนวโน้มที่จะใจร้อน 
และชอบอะไรที่รวดเร็ว ไม่ยืดเยื้อ 
คุณต้องทำยังไงก็ได้ให้คลิปของคุณดึงความสนใจ
ของคนดูไว้ให้ได้ใน 10 วินาทีแรก
ถ้าวิดีโอของคุณไม่น่าตื่นเต้นหรือดึงดูดใจมากพอ 
คนดูมักจะไม่อยู่ดูคลิปนั้นๆ จนจบ
วิดีโอที่ดี ควรเริ่มต้นด้วยความน่าตื่นเต้น เร้าใจ
กลางกลมกลืน และจบอย่างน่าประทับใจ
จะทำให้คนดู ดูคลิปของคุณได้นาน 
และดูได้จนจบนั่นเอง

 
3.สื่อถึงอารมณ์
คลิปวิดีโอที่คนมักจะชอบดูกัน 
มักจะเป็นคลิปที่มีเรื่องราวที่สะเทือนอารมณ์
โดนใจ หรือเป็นเรื่องที่เป็นกระแสอยู่ในตอนนั้น
สิ่งสำคัญคือต้องทำให้คนดูรู้สึกอินกับ
เรื่องราวที่คุณเล่าออกมา
จะช่วยให้ยอดวิวของคลิปคุณเพิ่มมากขึ้นได้

 
4.มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์
คุณอาจใช้การบอกเล่าเรื่องราวใหม่
ที่คนไม่เคยรู้มาก่อน ผ่านทางวิดีโอของคุณ
คนดูจะรู้สึกว่าเขาได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์
และช่วยให้คลิปของคุณได้รับ
ความสนใจเพิ่มมากขึ้นได้

 
5.แชร์ต่อได้ง่าย
ถ้าคนดูรู้สึกว่าคลิปของคุณน่าสนใจ
สิ่งที่พวกเขาจะมองหาหลังจาก
ดูคลิปจบก็คือปุ่มแชร์ 
เพื่อส่งต่อคลิปของคุณไปให้เพื่อนๆ 
หรือคนรู้จักสิ่งที่คุณต้องทำก็คือสร้างปุ่มแชร์ 
หรือช่องทางในการส่งต่อคลิปของคุณ
ให้อยู่ในจุดที่มองเห็นง่าย 
และมีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยาก

 
 คุณจะเห็นได้ว่า องค์ประกอบที่จะช่วย
ให้คลิปวิดีโอของคุณน่าสนใจนั้น
ไม่ได้มีแค่อย่างเดียวแต่การนั่งไล่ดู
องค์ประกอบทั้ง 5 ข้อด้านบน 
และเขียนออกมาทีละอย่างนั้น
อาจจะทำให้คุณสับสนและคลิปออกมาดูงงๆได้ 
หากไม่มีการเรียบเรียงที่ดีพอ

 
ดังนั้น สิ่งที่เราจะพูดถึงเป็นลำดับถัดไป 
ก็คือขั้นตอนแรกของการเรื่องทำคลิปวิดีโอ

นั่นก็คือ “สคริปต์”

 1.สคริปต์ (Script)

เขียนสคริปต์คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุด
หากคุณต้องการจะทำคลิปวิดีโอสักคลิปนึง
และจะยิ่งเป็นส่วนสำคัญมากขึ้นไปอีก 
ถ้ามันเป็นคลิปที่คุณต้องการจะทำเพื่ออธิบาย
และขายสินค้าของคุณเอง
ในฐานะที่เป็นเจ้าของแบรนด์
และเจ้าของสินค้า คุณย่อมเป็นคนที่รู้จุดเด่น
และจุดด้อยของสินค้าดีที่สุดถ้าทำได้ 
คุณสามารถลงมือเขียนสคริปต์
ด้วยตัวเองได้เลยแต่หากสคริปต์ของวิดีโอคุณ
เป็นสคริปต์ที่คนอื่นเขียนให้ คุณควรตรวจสอบ
ข้อมูลของสินค้าและองค์ประกอบต่างๆ 
ที่คุณต้องการจะสื่อออกไปในวิดีโอให้ครบถ้วน
เพราะสคริปต์ก็เปรียบเหมือนฐานหลัก
ของคลิปวิดีโอคลิปนั้นถ้าส่วนฐานไม่แข็งแรง 
ขั้นตอนต่อไปก็จะสะเปะสะปะ
และจับทางยาก และอาจทำให้คลิปวิดีโอนั้น
ไม่สร้างประโยชน์ด้านการตลาดมากเท่าที่ควร
 
ตัวอย่างของการเขียนสคริปต์แบบง่ายๆ

-เปิดคลิปมา คุณอาจจะเริ่มต้นด้วยปัญหา
ที่คนส่วนใหญ่มักจะเจออยู่บ่อยๆ

-เสนอวิธีแก้ไขปัญหา 
ด้วยสินค้าหรือบริการของคุณ

-เสริมด้วยจุดเด่น หรือคุณสมบัติของสินค้า
ตัวนั้นแบบสั้นๆ และชัดเจน

-หากสินค้าเคยได้รับรางวัล หรือใบรับรองอื่นๆ 
ที่ทำให้ดูน่าเชื่อถือ ก็สามารถใส่ลงไปด้วยได้

-ปิดท้ายด้วยโปรโมชั่นของสินค้า 
และวิธีติดต่อคุณหากลูกค้าสนใจ

2.การผลิตวิดีโอ  ขั้นตอนนี้ คุณสามารถเลือกได้ว่า จะผลิตคลิปด้วยตนเอง หรือจ้างผู้เชี่ยวชาญเป็นคนทำให้ การจ้างผู้เชี่ยวชาญให้ทำคลิปให้นั้น มีข้อดีหลายอย่างเพราะพวกเขา เป็นมืออาชีพและมีประสบการณ์ มีทีมงานหลายคนทำให้ช่วยประหยัดเวลา ได้มากกว่าการทำเองคนเดียวมาก นอกจากนี้ ประสบการณ์ของพวกเขาจะช่วย ในเรื่องของภาพรวมของวิดีโอ เพราะพวกเขารู้ดีว่าเรื่องราวหรือการนำเสนอ แบบไหนที่ถูกใจคนดูส่วนใหญ่ในปัจจุบัน แต่ก่อนจะตกลงจ้าง คุณควรหาข้อมูล หรือขอดูตัวอย่างงานจากพวกเขาก่อน เพราะแต่ละบริษัทหรือทีมที่รับทำ ก็มีรูปแบบที่ตัวเองถนัดแตกต่างกันไป   3.เพลง หรือ Sound effect ถ้าคุณต้องการใส่เพลงหรือดนตรี ประกอบลงในคลิปวิดีโอ เราแนะนำให้คุณเลือกซื้อเพลง จากแหล่งบริการที่ราคาถูกหรือฟรี จะช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์เพลงได้  เพราะเว็บไซต์ต่างๆ เช่น Youtube จะมีโปรแกรมสำหรับตรวจสอบเรื่องลิขสิทธิ์อยู่ ถ้าไม่ได้ระวังตรงจุดนี้ ก็มีสิทธิ์ที่เพลงจะถูกดูดเสียงออก กลายเป็นเสียงเงียบกริบตลอดทั้งคลิปเลยก็เป็นได้   4.วัดผลตอบรับ คุณควรมีการวัดผลและติดตามคลิปวิดีโอ ที่คุณโพสต์ไปว่ามียอดวิว ยอดไลก์ และยอดแชร์เกิดขึ้นยังไงบ้าง และจากคลิปวิดีโอนั้น ทำให้คุณมีผู้ติดตามมากขึ้นหรือไม่ และเพิ่มขึ้นกี่คนผลลัพธ์ที่มาเป็นตัวเลขเหล่านี้ จะช่วยให้คุณรู้ว่าคลิปแต่ละคลิป ที่คุณผลิตออกมา ตอบโจทย์ที่คุณตั้งไว้ แค่ไหนและคุณสามารถพัฒนา ตรงไหนเพิ่มเติมได้อีกบ้างในคลิปต่อไปนั่นเอง